แผนการพัฒนาประเทศ ... ขอแบบยั่งยืนเถอะนะ ...
posted on 17 Jan 2009 22:56 by angelsong in angelsong
วันก่อนได้มีโอกาสได้คุยกับ ผู้ใหญ่ที่เนคเทค (ขออุบตำแหน่งและฝ่ายงานละกัน)
เกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุมัติงบ แจกไปยังหน่วยงานต่างๆ
ให้ช่วยเอาไปสร้างงานและแจกจ่ายให้เงินมันหมุนเวียนหน่อย
แน่นอนว่า Nectec ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่จะมีงบมาสร้างงาน หมุนเงินกะเขาด้วย
ก็เลยได้มีโอกาสไปเสวนาออกไอเดียกับเขาหน่อยนึง และคงได้มีโอกาสคุยอีก
ใครอ่านจบมีไอเดียอะไรจะฝาก จะนำไปบอกให้ละกัน
วันก่อนที่ไปคุยมาเป็นงบก้อนเล็ก 350 ล้าน เพื่อสร้างงาน
โดยไอเดียรัฐบาลตอนแรกไม่มีอะไร แค่เอาเงิน 350 ล้าน
เอาไปจัดเทรนคน 15,000 คน จาก อบต ทั่วประเทศ
เทรนให้เปิดเครื่องเปิด แสกนไวรัสเป็น เขียน homepage เป็น
ดูและ network อบต ได้
เอาล่ะ อ่านมาถึงบรรทัดนี้ หลายท่านก็จะเริ่มมีความเห็น
บ้างก็เห็นด้วย คนจะได้มีความรู้ มีงานทำ ตำบล จะได้เจริญ
บ้างก็ไม่เห็นด้วย เห็นว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเปล่าๆ
เรียนไปจะได้ใช้เร้อ แถมคนหมื่นห้าพันคน จะเทรนไอ้ที่บอกไว้ จะสำเร็จเร้อ
เอาเป็นว่า ทางเนคเทค ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รับงบมาเอาไปผลาญ ละลายแม่น้ำ
ก็เรียกหาไอเดีย ว่าจริงๆแล้ว ทำอีท่าไหน หรือจะเทรนยังไงให้มันรุ่งเรือง ...
และนี่คือสิ่งที่ผมพูดออกไป ...
... ผมไม่เห็นด้วยกับการเทรนคน หมื่นห้าพันคน จาก อบต ทั่วประเทศ
ให้เขียนเวป, เดิน LAN, แสกนไวรัส และอื่นๆ เป็น เพื่อสร้างอาชีพ
ผมไม่เชื่อว่าจะสำเร็จ, ลองหารดู หัวนึง สองหมื่นนิดๆ จะสอนอะไรได้เท่าไหร่กัน
นี่ต้องจัดที่พักที่อยู่ให้คนทั้งหมดเดินทางมาศูนย์อบรม ค่าสถานที่ ค่าอาจารย์
ค่าผู้ช่วยสอน งบ 350 ล้าน สอนให้ใช้ Office เป็นคล่องๆ อาจจะไม่พอด้วยซ้ำ
นี่ยังไม่นับว่า คนที่จะมาเรียน คิดจะคัดเอาจากคนตกงาน ... แปลว่า อาจจะได้
raw material ที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลยมาเรียนก็ได้ ...
แล้วจะทำยังไง ?
... ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมขอท้าวความให้ท่านทราบว่า ...
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสได้พบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี
ท่านได้เล่าให้ฟัง และแสดงให้ดู ถึงความก้าวหน้าอลังการ ของระบบ MIS ของจังหวัด
คุณสามารถเดินไปถามท่านผู้ว่าได้ว่า
"ท่านครับ จังหวัดท่าน มีคนพิการซ้ำซ้อนที่ต้องรับเงินช่วยเหลือกี่คน"
ท่านสามารถตอบได้ และตอบได้แม้กระทั่ง อยู่หมู่บ้านไหน กี่คน
บ้านที่อยู่ ใครเป็นเจ้าของ ลูกหลานอยู่ในจังหวัดหรือไม่ หรือไปทำงาน กทม กันหมด
แถม ถ้าคุณอยากไปเยี่ยม ท่านพิมพ์แผนที่ ให้คุณได้เลย ...
ภาษีโรงเรือน ตำบลไหนจ่ายครบไม่ครบ ราคาประเมินที่ดินตรงไหน ตรว. เท่าไหร่
ผู้ว่าตอบเองได้หมด ไม่ต้องบอกเลขาให้โทรหาผู้ช่วย แล้วให้ผู้ช่วย ไปตามหาคนรับผิดชอบ
แล้วรอเวลา สามวัน เพื่อสรุปเอกสารมาตอบผู้ว่า ให้ผู้ว่ามาตอบคุณ
ผู้ว่าสามารถเปิดคอมตัวเอง แล้วเปิดแผนที่จังหวัด คลิกบ้านใครสักคน
แล้วตอบได้ว่า บ้านนี้มีกี่คน มีปัญหาสุขภาพไหม โฉนดเป็น สปก ที่ทับซ้อนกับที่สงวนหรือไม่
...
ท่านผู้อ่าน อาจจะสงสัย ว่า แล้ว มาเล่าทำไม จะอวดว่าได้เจอผู้ว่า ?
เปล่าครับ -__-'' ไม่ได้อวด แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า
มันมี platform ของจังหวัดครับ มีระบบอันแสนง่าย ให้สาธารณสุขท้องที่เข้ามากรอกข้อมูลของตำบลตัวเอง
มีจอให้ กำนัน มากรอกข้อมูล ลากเส้นแนวแผนที่หมู่บ้าน มีระบบให้หน่วยงานมาอัพเดทข้อมูลภาษี
ระบบเหล่านี้ ใช้งานง่ายมาก มันเป็น platform ที่มี interface ง่ายดาย
ให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามา generate content และ update ข้อมูลหมู่บ้าน
มันเป็น user generated content อย่างแท้จริง
คุณคงไม่คาดหวังว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนจะใช้ excel เป็น
และ export data ออกมาเป็น standard format ให้จังหวัดไป consolidate นะครับ
แบบนั้น ต้องใช้งบ ใช้เวลาเท่าไหร่ ไปสอนทุกคนให้ทำเป็น
สิ่งที่จังหวัดทำ ก็แค่สร้าง platform ที่ใช้งานง่ายๆ แล้วตัดงานเอกสารออก ให้กรอกผ่านระบบมาแทน
ผลลัพท์คือ เป็นจังหวัดที่ผู้ว่า รู้ทุกอย่าง จัดการปัญหาได้ว่องไว
ออกโฉนด ก็ไม่ทับที่สงวน หรือ สปก อื่นๆ
ควบคุม งบประมาณเงินช่วยเหลือ คนยากจน และผู้พิการ ต่างๆได้ละเอียด
....
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้ที่รัฐบาลจะทำ ?
...
ก่อนจะตอบคำถามนั้น เล่าอีกเรื่องก่อนละกัน
... ช่วงที่ผ่านมา ได้มีโอกาส ไปคุยงานกับ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ได้มีโอกาสสัมผัสระบบบัญชีกลางตัวใหม่ที่กำลัง implement อยู่ตอนนี้
(implement ในที่นี้ แปลว่า พัฒนาเสร็จนานแล้ว และกำลังค่อยๆบังคับใช้)
และเป็นสิ่งที่ผมเห็นว่า ข้าราชการ และหน่วยงานรัฐต่างๆ
เวลาจะออกแบบระบบ หรือ สร้างงาน ควรจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
... แต่เดิม เวลาเบิกจ่ายงบประมาณท้องถิ่นของตำบล อำเภอต่างๆ
เบิกจ่ายอะไรไป ก็ต้องทำเอกสานเป็นปึกๆ ส่งมาที่ส่วนกลาง
บางที่ไฮโซหน่อยก็ส่งเมล์มา เป็น PDF มั่ง เป็น Excel / Word ก็มี
format ก็ไม่เหมือนกัน เพราะต่างคนต่างทำ แค่มีข้อมูลครบถ้วนตามที่ส่วนกลางต้องการ
ลองนึกภาพ โรงงานนรก ที่มีคนสองร้อยคน เอาเอกสารพวกนี้มานั่งกรอกลงระบบบัญชีสิครับ
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และทาง สถ. จึงได้ออกมาตรการแก้ไขเรื่องนี้ ด้วยการสร้างระบบ
ถ้าจะแก้เรื่องพวกนี้ ท่านคิดว่า สถ. จะเรียกนายอำเภอ กำนัน มาสอนใช้ excel สอน export ไฟล์
แล้วสอนใช้ internat ส่งข้อมูลมาส่วนกลาง ? จากนั้นก็ import ข้อมูลเข้าระบบอีกที ?
ไม่ครับ สถ. ไม่ทำอะไรงี่เง่าๆ พรรค์นั้น
อปท. / สถ. ไปไกลกว่านั้นครับ เพราะท่านทราบว่าถ้าจะเทรนไอ้แบบที่ว่าทั่วประเทศ
คำนวนงบประมาณแล้วหลายร้อยล้าน แถมเทรนไป ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง
ดังนั้นสิ่งที่ทาง สถ. ทำก็คือลงทุน 70 ล้านพอ ...
รวม Hardware / Software / เช่า Data center หมดแล้ว
สร้าง platform กรอก/อนุมัติ/report ของข้อมูลขึ้นมา
แล้วค่อยเรียกทั้งหมดมาสอนวิธีเข้าหน้าจอเบิกจ่าย ซึ่งมันก็ง่ายกว่านั่งสอน access, excel เยอะแยะ
สอนแค่ให้กรอกข้อมูลของตัวเอง สอนทุกคนเรื่องเดียว เหมือนกันทั้งประเทศ
ทุกอย่าง web base, สร้าง infrastructure ที่ scalable ไว้หน่อย
แค่นี้ก็ลดงบประมาณ ลด complexity ลงไปได้มากมาย แถมการขยายผล และติดตามผล ก็ง่ายกว่ามาก
การส่งต่องาน ในกรณีที่คนที่มาเทรน เลื่อนตำแหน่ง มีคนใหม่มาทำแทน ก็ง่ายดาย
วิธีคิดและปฏิบัติ ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เห็นไหมครับ
ผมดีใจจริงๆที่ประเทศยังมีผู้บริหารดีๆแบบนี้อยู่
....
พิมพ์ๆมาทั้งหมดนี่ ส่วนใหญ่คงเดาออกแล้วว่าผมพูดอะไรไปที่เนคเทค
ครับ ผมบอกให้เขาตัดงบออกมา สัก 30-50 ล้าน สร้าง platform อะไรสักอย่างที่มีประโยชน์
อาจจะสร้าง platform การเก็บข้อมูล อบต ก็ได้
ให้แต่ละ อบต คอย update ข้อมูลตัวเอง ว่า มีคนเท่าไหร่
ทำธุรกิจอะไรเป็นหลัก เช่นเลี้ยงหมู ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย เป็นต้น
ปัญหาใน อบต มีอะไรบ้าง บลาๆๆ
และทำระบบ search ข้อมูลให้ แต่ละ อบต สามารถดึงข้อมูลจากที่อื่นๆ
เช่น ถ้า มีอำเภอนึง เลี้ยงหมู แต่หมูไม่ค่อยอ้วนเลย แถมอ่อนแอด้วย
ก็เข้ามาดูว่า มีที่ไหนเลี้ยงหมูได้ดี ก็จะได้ติดต่อขอความรู้
ปัญหาไหนที่ถูกค้นหามากๆ รัฐบาลก็สามารถรู้ได้ล่วงหน้าก่อนจะมีม๊อป
เช่น เดือนนี้มีคนค้นหาเรื่อง ปุ๋ยสำหรับมังคุด มากๆ ก็จะได้วางมาตรการได้
ก่อนที่จะมีม๊อปไร่มังคุดมากดดันเรื่องราคาปุ๋ย
(ลองเทียบกับที่ google สามารถทำนายว่า จะมีโรคระบาดในบางเมืองได้
เพราะมีการค้นหาข้อมูลโรคเดียวกัน มาจากเขตเมืองเดียวกันจำนวนมาก)
เหล่านี้ ไม่ต้องอาศัยความรู้มากมายในการสร้าง content เลย
แค่พิมพ์เอกสารเป็นก็พอ เทรนง่ายกว่ามากมายนัก
ที่ต้องทำก็คือ ออกแบบ สร้าง platform ขึ้นมาก่อน
แล้วค่อยไปให้ อบต ส่งคนมาเรียนวิธีใช้ platform
เรียนเสร็จ จะจ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สถิติ ประจำ อบต อย่างที่อยากจะสร้างงานก็จ้างไป
ดีกว่าเทรนเขียน HTML ไป แล้วต่างคนต่างไปทำเวปเหี่ยวๆ ไม่มีบูรณาการ
ไม่เชื่อมต่อกัน แล้วมันก็ฝ่อไป เงินที่ลงไปก็ไม่เห็นผลอะไรขึ้นมา
ใช้เงินสร้าง platform 3-50 ล้าน แล้วจัดเทรนนิ่ง 300 ล้าน สอนสิ่งที่สอนง่ายๆ
ผมว่า ได้ผลกว่า ใช้เงิน 350 ล้าน จัดเทรนนิ่งในสิ่งสอนยากกว่ามาก
และคาดว่าได้ผลลัพท์น้อย
...
เร็วๆนี้ ก็หวังจะจัดให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน จากสองหน่วยงานที่พูดถึง
ได้พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมองกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ
ส่วนตัวผมก็ยังดีใจนะ ที่ยังมีผู้ใหญ่ที่มองหา วิธีทำงานที่มีประสิทธิภาพให้ประเทศ
ไม่ใช่สักแต่รับนโยบายมา แล้วก็เอาเงินโยนๆ ลงไป ละลายไปกับสายลม
ก็หวังให้ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆของประเทศคิดแบบนี้เยอะๆ
ก่อนจะลงมือทำอะไร ลองมองหาทางออกที่เกิดประโยชน์ มีบูรณาการ
และสามารถให้ผลต่อเนื่องได้เยอะๆ อย่าเอาแต่ฟัง vendor ขายของ
ประเทศคงเจริญกว่านี้ได้อีกมาก
...
หลังจากสนทนา ทางผู้ใหญ่บอกว่า จะนำไปพิจารณาดูว่าทำได้ไหม
แต่ถ้าทำไม่ได้ในโครงการรอบนี้ ก็จะตั้งงบมาทำไอ้ platform ที่ว่าทีหลังให้อยู่ดี
เพราะดูแล้วดีมีประโยชน์
ใครจะฝากอะไรไปบอก ก็บอกไอเดียไว้ได้นะครับ
เร็วนี้คงได้พบทั้งสองท่านอีก เผื่อท่านเห็นเป็นประโยชน์ เอาไปประยุกต์ใช้กับแผนงาน
รออ่านตอนต่อไปด้วยใจระึทึก

เพราะตอนนี้เราประสบปัญหา การถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่ายทั้งฝ่ายผู้รับและผู้ส่งสาร ถ้าไม่เจอการถ่ายทอดแบบฟังเข้าใจยาก ก็จะเจอเรื่องเล่าแบบน้ำท่วมทุ่ง
การสร้างแพลทฟอร์มกลางที่ใครๆ ก็สามารถใช้งานได้ เข้าใจได้ด้วยตนเอง เป็นอะไรที่น่าทำก่อนจริงๆ ครับ ช่วยประหยัดงบประมาณในระยะยาวได้เห็นๆ
#1 By chubby on 2009-01-17 23:09