*ข้อความกันหมา*
(ชื่อใดๆใน blog entry นี้ ถือว่าเป็นชื่อสมมติ ถ้าพ้องกับใครไม่ต้องมาดำเนินคดี) 

 

ก่อนอื่น ถ้าท่านเป็นผู้อ่านที่ใจแคบ ด่าฝ่ายที่เกลียด ชมฝ่ายที่ชอบ แล้วไม่ยอมฟังคำด่า หรือไม่ยอมรับข้อเท็จจริง ที่มีคนพูดพาดพิงถึงฝ่ายที่ท่านชอบในแง่ร้าย ปิดหน้านี้ไป ไม่ต้องอ่านครับ รังเกียจ ...

 

 ก่อนพูดเรื่องประชาธิปไตย ขอพูดเรื่องเลือกตั้ง ...

 ช่วงนี้ รู้สึกรำคาญมากหลังผลเลือกตั้ง จริงๆ จะ ปชป หรือ พปช ผมก็ไม่สนหรอกนะว่าใครจะเป็นรัฐบาล
"จะใคร มันก็โกงทั้งนั้นแหละ" หรือคุณคิดว่า ปชป ไม่โกง ... นาย ท โกงสองแสนล้าน ? ผมขอบอกว่า เกิน ... สี่แสนล้านครับ ที่ นาย ท มี ... อย่าถามว่ารู้ได้ไง คงไม่อาจจะบอกได้

แล้วไง ? เหมืองโปเทส ยุค นาย ช. รวดเดียว สองแสนล้าน ไม่ยักกะมีใครพูดถึงแฮะ นั่นโปรเจคเดียวนะ รวมๆแล้ว มันก็พอๆกันแหละน่า แค่คนนึงแสดงภาวะผู้นำ แล้วน่าหมั่นไส้ กับอีกคนสร้างภาพ กินเนียน

ดังนั้นแล้วสำหรับผม ใครจะเป็นรัฐบาล ผมไม่แคร์สักนิดเลย โกงๆไปเหอะ แล้วช่วยลากพาประชาชนอยู่ดีกินดีไปด้วยได้ไหม หลายคนอาจจะเกลียดสิงคโปร์ แต่ผมชอบ ลีกวนยู นะนายก ลีกวนยู มีทรัพย์สิน ทะลุ สามล้านล้าน ถามว่า มันจะมาจากเงินเดือนนายก ? ผมไม่พูดให้เสี่ยงคุกว่ามาจากไหนละกัน แต่เรื่องของเรื่องคือ  แล้วไงล่ะ ? ประเทศสิงคโปร์เจริญออกจะตายไป ประชาชน กินดีอยู่ดี ถ้านายกของผมจะโกง แล้วทำให้ประชาชนไทยกินดีอยู่ดีเหมือนคนสิงคโปร์ เชิญท่านเต็มที่เลย

เอาล่ะ มาดูกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

 กลับมาพูดเรื่อง ระบอบประชาธิปไตย ...

ระบอบประชาธิปไตย แรกเริ่มเดิมที่ ให้โอกาส ทุกคนเข้าประชุม เพื่อออกเสียง รักษาสิทธิ และแสดงความคิดเห็นที่ตนเองเห็นว่า มีประโยชน์ต่อสังคม (โดยเป็นไปตามทฤษฏิว่า ปัจเจกอยู่ไม่ได้ ถ้ามวลรวมไม่คงอยู่) ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเองด้วย

 หลังจากนั้น เมื่อสังคมขยายตัวขึ้น เราคงไม่สามารถให้คนนับหมื่น นับแสน นับล้านคน มาออกเสียงพูดได้  จึงเริ่มมีการตั้งตัวแทนของแต่ละกลุ่ม แต่ละชุมชนมารักษาสิทธิ และผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งเป็นการเริ่มระบบ สภาผู้แทน ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นชัดเจนว่า ทุกคนแต่งตั้งตัวแทน "เพื่อตนเอง" เพื่อรักษาผลประโยชน์ "ของตนเอง" ซึ่งโดยภาพรวมแล้วสิ่งที่ผ่านโหวตสภาด้วยเสียงส่วนใหญ่ ก็แสดงว่าเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ "ของตนเอง" ของคนส่วนใหญ่ โดยคงทฤษฏีเดิมนั่นคือ ปัจเจกย่อมไม่สามรถรอดได้ ถ้ามวลรวมล่มสลาย ดังนั้นหากการดำเนินการใดๆ สามารถตอบสนองความต้องการ หรือความจำเป็นของคนส่วนใหญ่ได้ เพื่อดำรงรักษามวลรวมเอาไว้ เราก็จำเป็นต้องเลือกไปในทางนั้น

ดังนั้นแล้ว ระบอบประชาธิปไตยนั้น แท้จริงไม่ได้เกิดมา "เพื่อคนทุกคน" แต่มันเกิดมา "เพื่อคนส่วนใหญ่" โดยมีความเป็นมวลรวมรองรับ นั่นคือ หากคนส่วนใหญ่ล่มสลายลงไปคนส่วนน้อย จะล่มสลายลงไปด้วย ดังนั้น ก็จงทำมวลรวมให้รอดก่อน

ดังนั้น หากใครจะบ่นว่า มันเป็นระบบ "พวกมาก ลากไป" ใช่แล้วครับ มันเป็นเช่นนั้น คนส่วนใหญ่จะลากท่านไปทางที่เขาต้องการ เพราะถ้าพวกเขาล่มสลาย พวกท่านก็ล่มไปด้วยเช่นกัน  นึ่จึงเป็นระบบที่ทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน โดยถือว่าทุกคนเลือกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แล้วฝ่ายที่ตอบสนองความจำเป็นของคนจำนวนมากกว่า ก็ได้เป็นผู้ดำเนินการเพื่อสิ่งที่มวลรวมเชื่อ ดังนั้นแล้ว พวกที่ออกมาโวยวายๆ ว่าไม่ยอมรับ หรือ ตัวเองอยู่กทม หาว่าคนอื่นเป็นคนโง่ หรือตัวเองมีการศึกษามากกว่า โหวตอย่างนึง คนอื่นโหวตอีกอย่าง ต้องโง่ ต้องผิด มันไม่ใช่ในระบอบนี้ ระบอบปกครองที่เชื่อว่าผู้นำต้องฉลาดกว่า ผู้นำเป็นผู้เลือก คนที่เหลือได้แต่ถูกปกครอง คือ มาร์กซิส ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว เป็นระบอบ ที่สมบูรณ์มากกว่าประชาธิปไตย ในเชิงทฤษฎี แต่เนื่องจากความเป็นจริงๆแล้ว ไม่มีทางกระทำได้ เพราะผู้ที่ครองอำนาจสุดท้่ายจะแสวงหาผลประโยชน์เข้าสู่คนกลุ่มน้อย ของตนเอง หากไม่เป็น การสืบทอดอำนาจสู่รุ่นต่อๆไป ก็จะทำให้เป็นไปเช่นนั้น ดังนั้นแล้ว ในเมื่อระบอบที่เราเลือกกันคือประชาธิปไตย ท่านที่โวยวายๆ ว่าฉลาดกันทั้งหลาย ก็โปรดหุบปากลงเสียทีได้แล้ว ระบอบนี้ไม่ได้ออกแบบให้คนฉลาดมีสิทธิมากกว่าคนไม่ฉลาด ระบอบนี้ ออกแบบให้ตอบสนองความต้องการของคนจำนวนมากกว่า ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร หรือจะพูดยังไง มันก็คือพวกมากลากไป ทุกคนเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ตอบสนองความต้องการของคนฉลาด ถ้าท่านมีทางออกที่คิดว่าดีต่อคนส่วนใหญ่มากกว่า ไม่ต้องมาแหกปากโวยวาย ... เล่นการเมืองเองเลยครับ อย่าเอาแต่เห่าใบตองแห้งกันอยู่ จะอยู่ฝ่ายไหน เลือกได้เต็มที่ หรือถ้าเต็มทนกับปัจจุบัน ตั้งพรรคเอง ก็ไม่มีใครว่า ถึงเวลาก็ขออนุโมทนา ถ้าท่านหยุดการโกงกินได้ อย่างที่ปากกว่า

 

(แถม ส่วนคำนวน)

สมมติ ว่านาย ท โกงจริง เป็นเงิน สี่แสนล้าน
ประเทศนี้มีคน หกสิบล้าน
เฉลี่ยแล้วโดนโกงคนละ 6333 บาท

สำหรับผมแล้ว การเสียเงิน 6333 บาทผมถือเป็นการลงทุน ที่ต้องดูว่า infrastructure ของประเทศชาติ
สวัสดิการสังคม การส่งเสริมเศรษฐกิจ และอื่นๆ ในประเทศ คุ้มกับที่ผมต้องจ่าย 6333 บาทไหม
ถ้ามันไม่คุ้มก็เลือกคนอื่น อาจจะโกงมากกว่าแต่คืนประโยชน์ให้ประชาชนคุ้ม หรือเลือกที่โกงน้อยกว่า ถึงผลงานจะน้อยกว่า แต่ Return on Investment คุ้มกว่า

คุณล่ะครับ เลือกใครเป็นนายก จะคุ้มสำหรับคุณ  หึ หึ ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ใครจะลากไปไหนก็เชิญ แต่ช่วยจัดการกะไอ้ภาวะเงินเฟ้อ กับมาม่าซองละ 7 บาท ไข่ฟองละ 5 บาทให้ได้จะเป็นพระคุณอย่างสูง sad smile

#1 By RayOn on 2007-12-26 13:53

เลือกลัทธิการปกครองเฉยๆ เพราะโดยส่วนตัวผมว่าประเทศไทยได้ ประชาธิปไตยเร็วไป อย่างน้อย 100 ปี ตอนนี้ยังไม่ถึง 100 ปีเลยดังนั้นอย่าไปหวังอะไรมาก

ส่วนเรื่องโกง ผมว่า ช อาจโกงกว่าที่เราเห็น เพียงแต่เขาไมได้กินคนเดียว เทียบง่ายๆ การเสียภาษีการเสียภาษีแต่ละปีมันไม่ได้ต่างกันหนักหรอก(โดยรวม) งบบริหารมันก็ไม่ต่างกันนักเหมือนกัน แต่ รัฐบาลของ ท สามารถเอาเงินมาแจกชาวบ้านเทน้ำเทท่า สร้างสนามบิน และบลาๆๆๆ ได้ ซึ่งไม่ใช่น้อย และมีคนด่าว่าเสียเงินโดยใช่เหตุและทำให้คนเป้นง่อย ซึ่งก็ถูก แต่ ผมลองมาคิดกลับกันว่า ถ้าเงินจำนวนที่ ท นำมาแจกนั้น ปรกติมันก็มีของมันอยู่แล้ว ดังนั้น เงินปริมาณราวๆนั้นในยุค ช (หรือยุคอื่นๆด้วย)หายไปไหน....... ทั้งๆที่ผลงานโดยรวมแล้วน้อยกว่า ท ตั้งเยอะ ท ไม่ได้เอาเงินตัวเองมาจ่ายด้วยซ้ำ เป็นเรื่องน่าคิดเหมือนกันนะครับ

#2 By dd (161.200.255.162) on 2007-12-26 13:56

ผมเบื่อเรื่องอื่นมากกว่า
แบบว่าไปบุฟร้านนึง ผมมีเงิน 440 บาท เพื่อนผมอีกคนมี 200 อีกคนมี 150 อีกคนมี 100 เราตกลงว่าจะกินบุฟราคา 200 ต้น ๆ
คนที่มีเงิน 200 มันบอกว่า ผมมีเงินน้อยกว่าพวกเขาสามคนรวมกัน ดังนั้นผมไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะกินอะไรต้องให้พวกเขาเลือก

ผมก็เลยบอกศาลา ช่างแกละกัน ถึงฉันไม่ได้กินกะพวกแก แต่ถ้าแกขาดฉันพวกแกก็ไม่ได้กิน

เหมืนนอะไรไหม? ไม่รู้สิครับ คิดว่าเหมือนเหรอ

#3 By xelloss on 2007-12-26 14:39

ผมกลัวเรื่อง ซื้อเสียงมากกว่าครับ
หากเราทุกคน มีจิตวิญญาณในประชาธิปไตย มันก็ดีครับ เลือกในสิ่งที่ตนเองชอบและเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ดีกว่าให้เงินพาไป ไม่ได้ว่าใครโง่ หรือฉลาด หรือว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จิตวิญญาณของแต่หล่ะคน

น่าคิดนะ คนไทยเราจะรู้จักประชาธิปไตยกันมากน้อยเพียงใด
การศึกษามีส่วนเกี่ยวไหม

#4 By blueblurryeyes on 2007-12-26 14:57

Hot! high risk high return confused smile

#5 By cg on 2007-12-26 15:11

Hot! มันทำแล้วได้อะไรรึ?

#6 By Rico on 2007-12-26 17:27

ผมถือว่าการลงทุน6333บาท(แต่คงไม่ถึงแล้วป่ะเพราะตอนนี้ประชากรประเทศไทยมีประมาณ64.2ล้านคน)
มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่านะ!!
ลองคิดดูว่าเวลาเพื่อนต่างชาติผมมาที่ไทยอย่างน้อยก็ไม่ต้องให้เค้าเห็นว่าเค้าว่าairportแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการมา92ปีซึ่งน่าจาเป็นปูชณียสถานไปแล้ว>>แล้วอย่างน้อยเงินจำนวนนี้ก็ช่วยให้สุวรรณภูมิเส็ด(ถึงมันจาเฮงซวยก็เถอะ อย่างน้อยมันก็สวย)(อย่างน้อยมันก็ทำให้ที่แถวบางนาแพงขึ้น)
เหอๆ ถือเป็นinvestmentที่คุ้มค่าอยู่นะ เอาเถอะ ปล่อยๆมันไป เดี๋ยวมันก็กลับมาเอาไปมากกว่า4แสนล้านแล้วหละT-T

#7 By ประชาชนตาดำดำ (202.142.200.252) on 2007-12-26 17:50

อ่านบล็อกแล้วสะท้อนความคิดขึ้นมาเหมือนกัน
ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าพรรคที่ผมเลือกได้เสียงส่วนมาก และผมก็ยอมรับผลนั้น แต่ต่อให้เสียงส่วนน้อย ถ้ามาจากระบบที่ถูกต้องผมก็ยอมรับเช่นกัน

แต่ที่ไม่ค่อยอยากจะยอมรับคือเสียงวิจารณ์ของคนที่ยอมรับผมการเลือกตั้งมากกว่า...

พอดีอ่านซอกเกอร์วันนี้เจอคอลัมนิสต์สายเลียเผด็จการคนหนึ่งด่าขั้วอำนาจเก่าแล้วเย้ยว่าเป็นคนดีทำไมแพ้ที่กรุงเทพขาดลอย แล้วก็พยายามโยงไปเรื่องคนชั้นนำคนชั้นกลางคนชั้นรากหญ้าห่าเหวอะไรของเขาไม่รู้

ประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียงไม่เห็นเกี่ยวว่าคุณจะเป็นใคร ก็หากคุณเป็นคนไทยที่เหมือนกันมีสิทธิ์เหมือนกัน และยังอยู่ในวังวนชีวิตกิน ขี้ พี้ นอน คุณก็คนเหมือนกันๆ ประชาธิปไตยไม่เห็นเกี่ยวกับการศึกษา มันอยู่ที่การรับถึงข้อมูลดีแย่ในสิ่งที่จะเลือกต่างหาก

ไอ้การอ้างการศึกษามันเป็นการเงื่อนไขเพื่อไม่ยอมรับผลเสียมากกว่า ศึกษามากมั่นใจอีโก้สูงไม่ยอมรับความจริงประเภทนี้ก็มีกันเยอะนะครับ ประเด็นไม่เกี่ยวกับการศึกษาเลย มันอยู่ที่เจตนาการมองคนมากกว่า

สำคัญคือพวกที่อ้างว่าเป็นคนมีความรู้สูงน่ะ คุณสูงสายไหน เป็นประโยชน์กับเรื่องการเมืองเพียงใด?
คนอ้างบางทีก็โยงกันมั่วไปหมด ฉลาดเรื่องเศรษฐกิจโง่การเมืองก็มี เก่งเรื่องสังคมไม่ทันคนเรื่องการเมืองก็เยอะ

ไม่ต้องมองไหนไกล ก็ดูนักวิชาการบางท่านที่ถูกถึงมาบริหารประเทศได้ในตอนนี้ได้ครับ ตอนวิจารณ์คนอื่นนี่พี่เขาช่ำชองมาก พอได้นั่งเก้าอี้บริหารเองไปไม่รอดซะงั้น... บางทีความรู้ก็ไม่ใช่ทั้งหมดน่อ...

ที่สำคัญว่ากันตามตรงผมไม่คิดว่าชนชั้นรากหญ้าจะโง่ อย่างน้อยสื่อถึง อายุชีวิตก็มากพอที่จะรู้เรื่องบ้านเมืองมากกว่าคอลัมนิสต์บางคนด้วยซ้ำไป เรื่องซื้อเสียงก็ขอเหอะ มีแต่ข้อกล่าวหาจับจริงไม่ได้วักคดี เอาแต่โยนขี้ให้คนจนอยู่ได้ ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ (อ้อ มีคดีเก่าหนึ่งของปชป. ที่พึ่งเป็นข่าวล่ะนะ อันนี้แล้วแต่จะพินิจละกัน)

พูดถึงเสียงคะแนนในกรุงเทพที่ปชป. ชนะพปช. ขาดแล้วมีคนจับมาเป็นประเด็นหาเรื่องตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผมว่ามันตลกนะที่จะมองเสียงคนจากจังหวัดเดียวคือทั้งหมดเพราะทุกจังหวัดก็มีฐานเสียงที่แตกต่างกัน กรุงเทพเองก็เป็นเช่นนั้น เขตจังหวัดหนึ่งๆ

หนึ่งๆที่ไม่ใช่ทั้งหมด

จะมาเหมารวมคนกรุงว่าเป็นเสียงทั้งหมดทั้งประเทศผมว่าด้านไปหน่อยมั้ง ดูถูกเสียงประชาชนทั้งประเทศที่เหลือเชียวนะ อ้อ... อย่าอ้างคนกรุงมีความรู้มากกว่าล่ะ (วกย้อนไปประเด็นบนเลย แล้วจะเห็นคนเสียรู้อีกเยอะ)

อืม... แต่ผลออกมาแบบนี้ผมไม่แปลกใจหรอกที่คะแนนต่างแบบนี้ อย่างน้อยกทม. ก็ฐานเสียงปชป. ผู้ว่าเป็นใครก็รู้อยู่
มองโลกแง่ดี เลือกแบบลงคะแนนพรรคเสียงก็ตีคู่สูสี จะต่างกันที่สส.เขตเท่านั้น

สรุปคือประชาธิปไตยก็เสียงทั้งประเทศนั่นล่ะครับ

จริงๆถึงตอนนี้ก็น่ายอมรับผลได้แล้วนะครับว่าใครชนะใครแพ้ อย่าเอาที่นั่งเขตนั้นนี้มาเป็นประเด็นเลย หากจะมีเหลื่อมล้ำจนน่าฉงนมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่าลืมว่าการเลือกตั้งคราวนี้ไม่เหมือนทุกที โดนทั้งกฎอัยการศึก โดยทั้งตัดสิทธิ์111คน
ทว่าสุดท้ายเสียงโดยรวมก็ยังขาดขนาดนี้ ทัง้ที่กรรมการช่วยแล้วแต่คุณก็ยังแพ้กระทั่งตัวสำรอง...

น่าขำยิ่งกว่าคือคอมลัมนิสต์ที่ผมกล่าวถึงแกเคยเขียนในบทความว่าไม่เชื่อในประชาธิปไตย แต่ทุกวันนี้กลับร้อนตัวแล้วชอบมาด่าคนอื่นเขาด้วยเรื่องประชาธิปไตยซะงั้นแน่ะ...
วันนับผลการลงคะแนนผมล่ะชอบจริงๆ ที่อ.สุขุม พูดแซวว่าคนเมืองกรุงนี่ออกมาใช้สิทธิ์กันน้อยมากๆแต่เวลามีเรื่องกลับบ่นเสียงดังที่สุด...

สิทธิ์ตัวเองยังไม่คิดรักษาแต่กลับไปด่ากระทบสิทธิ์คนอื่นน้อคนเรา...

ปล. โกงหรือไม่อย่างไรผมว่าหลักประธิปไตยก็มีกลไกลตรวจสอบของมัน ไม่มีความจำเป็นต้องให้รถถังออกมาวิ่งแล้วก็มาโกงต่อแบบหน้าด้านๆครับ
ตอนนี้ไทยกำลังจะกลับมาสู่ประชาธิปไตยอีกครั้งก็ขอให้มั่นคงต่อไปด้วยเถอะ

#8 By K.W.E. (210.203.186.179) on 2007-12-26 19:17

เอาไงก็ได้ ขอให้นึกถึงเสียงส่วนมากอย่างหลักประชาธิปไตยว่า มากกว่าเอาเสียง111คนก็พอใจล่ะ

#9 By Ellebazi on 2007-12-26 22:41

หันมามองประชาชนมั่งก็ดีคะ อย่าหันไปมองแต่111คนอย่างเดียวสิ - -

ที่สําคัญญญ อยากให้ออกกฎหมาย ให้เข้มงวดดดกว่านี้ได้ไหมมมมม
เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ ชอบความเห็นด้านบนหลายอัน อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นว่ามันจะเป็นการลงทุนตรงไหนเลยในเมื่อปีปีหนึ่งก็ต้องจ่ายเยอะกว่านั้นอีกมากมาย ไม่ได้ให้คนๆเดียวด้วย แต่เห็นด้วยเรื่องการศึกษาเอามาวัดว่าคนกรุงเทพฯฉลาด เลือกถูกแล้วอะไรไม่ได้หรอก มันไร้สาระ หนึ่งเสียงก็คือหนึ่งเสียง ไม่ใช่มานั่งสอบเข้าเอนทรานซ์นะจะได้ดูการศึกษา อย่างไรก็ตาม ชอบความเห็นที่สามมากมาย ทำไมไม่รู้ดิ

สุดท้ายประชาธิปไตยในบริบทยุคใหม่ มันจะใช่พวกมากลากไปหรือเปล่าไม่รู้ แต่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แบบที่เป็นเผด็จการรัฐสภานั้นมันก็เกินไป มันคงจะวิวัฒนาการตัวเองไปเป็นการงัดข้อของกลุ่มผลประโยชน์และเงินทุนแน่เลย แต่น่าดีใจตรงที่คนไทยสมัยนี้รู้เท่าทันมากขึ้นนะ แล้วก็ยังน่าดีใจที่คนไทยยังสามารถคิดเห็นต่างกันมีพื้นที่ให้แสดงความเป็นปัจเจกชนได้ ไม่ใช่ว่าอะไรก็ พวกแก พวกชั้น ไร้สาระน่ะcry
กิจการของที่บ้าน ปีนึงๆ ก็จ่ายภาษีกันแบบตรงๆ ไม่มีหลบ ปีนึงจ่ายหลายล้านครับ

แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยเหมือนเดิมๆ แล้วที่เห็นแน่ๆก็คือ เอาไปอุ้มธุรกิจตัวเอง + ตลาดหุ้น + ปลดหนี้ (ที่ตัวเองนั่นแหละ สนับสนุนให้สร้าง)

มันทุเรศยิ่งกว่าอะไรไหนๆ เสียอีก

ลงทุน 6333 บาท เป็นการคิดแบบคนไม่มีสมอง + เห็นแก่ตัว

ถามตัวเองเหอะ ว่าคุณให้อะไรกับชาติบ้าง อย่าถามว่าชาติให้อะไรกับคุณบ้าง

ทำได้ง่ายๆคือทำตัวเองให้เป็นประชากรมีคุณภาพ (อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน) ถ้าเป็นนักธุรกิจก็เสียภาษีให้ตรงกับความเป็นจริง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้าเป็นเกษตรกร ก็หัดพัฒนาองค์ความรู้ + พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ไม่ใช่สร้างหนี้เพิ่ม แล้วเก่งแต่มาเดินขบวน

ถ้าคิดได้แค่ว่า 6333 บาทเป็นการลงทุน แค่นี้ก็คุ้มแล้ว? ลองคิดกลับไปใหม่ดีๆว่า 6333 ของคน 60 ล้านคนมันทำอะไรให้กับประเทศชาติได้บ้าง

ผมหวังจะเห็นประเทศไทย เจริญมากกว่านี้ ผมไม่ได้คิดว่า กูจ่ายมาก กูต้องได้มาก ไม่ใช่ครับ แต่คนไม่ว่าจะรวยหรือจนซักแค่ไหน ควรได้รับสวัสดิการจากรัฐที่ดี ได้มาตรฐานเหมือนๆกัน ทั้งหมดทุกชนชั้น ก็แค่นั้นเอง เพราะทุกวันนี้มาตรฐานมันก็ยังห่วยเหมือนเดิม แค่ถนนเรียบๆให้รถวิ่งยังไม่มีเลย

คุณลองมองตัวเองดูบ้างนะ ว่าคุณได้ทำตัวให้เป็นประชากรมีคุณภาพของประเทศหรือยัง หรือเป็นพวก คอยหวังเศษเงิน ของโจรปล้นชาติ

#12 By (58.9.140.38) on 2007-12-27 02:06

อือ หน้าไหนยังไงก็โกงอยู่แล้ว

ขอแบโกงแล้วชาวบ้านได้ประโยชน์ประเทศชาติเจริญด้วยก็พอ ไม่ใช่ถอยหลังเข้าคลอง

#13 By Blade on 2007-12-27 02:09

111 คนที่โดนกฏหมายที่เขียนมาลงโทษย้อนหลังกระทำความผิดไปแล้วโดยคมช
ในมุมมองของคนที่เลือกพรรคนั้น เพื่อต้องการให้ทุกอย่างกลับอยู่ในสภาพก่อนปฏิวัติ และใช้การเมืองต่อสู้กับการเมือง เล่นฟุตบอลก็ควรใช้เท้าเตะลูกไม่ใ่ช่ชักปืนออกมายิงผู้เล่น

ส่วนเรื่องเนื้อหาของ Blog ผมทำใจยอมไม่ได้กับการโกง แต่ถ้าเล่นกันตามเกมก็อีกเรื่อง คำว่าผิดกฏหมาย คือผิดกฏหมายไม่ใช่ว่า ไม่ผิดกฏหมายแต่ผิดจริยธรรมอันสูงส่งหาอะไรมาวัดไม่ได้
เมื่อรู้ว่ากฏหมายไม่ดีพอต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฏ ให้เหมาะสมกับเวลาที่ผ่านไป โดนนายกโกงก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์กันไปสักวัน ภาคการตรวจสอบก็จะเข้มแข็งขึ้นถ้าทุกคนไม่นิ่งดูดายนะ

ไม่ใช่เอารถถังออกมาวิ่ง แทนที่การเมืองจะพัฒนาไปสู่วันข้างหน้า ดูมันเขียนรัฐธรรมนูญออกมาแล้วกัน อารมณ์เล่นเกมส์ออนไลน์แล้วโดนโลแบ็กชัดๆ

ต้องกลับไปตีโปริ่งอีกแล้ว

#14 By ~fs writer~ on 2007-12-27 02:21

ผมว่าความเห็น 12 นี่ประหลาด ...
ถ้าอยากทำประโยชน์ให้ประเทศมากกว่านี้ หรืออยากด่าชาวบ้านแบบที่พูดๆอยู่ เล่นการเมืองครับ อย่ามาเสียเวลาอยู่ ในเมือคุณกับผม ต่างก็เสียภาษีปีละหลายล้าน ผมก็มีสิทธิของผมที่จะหวังว่า รัฐในเมื่อมันก็ไอ้โกงเหมือนๆกัน ขอให้มันโกงแล้วข้าพเจ้าและพลเมืองได้ด้วย หรือคุณอยากได้รัฐ ที่โกงแล้วประชาชนไม่ต้องได้อะไรเลย ก็แปลกดี ที่ไม่พยายามจะอ่านให้มันจบครบๆ

ผมไม่สามารถจะทำให้รัฐมันหายโกงได้ครับ ถ้าท่านทำได้ ขออนุโมทนา เชิญท่านเล่นการเมืองเลยก็ได้ ผมพอใจของผมแค่นี้ ภาษี ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าคุณเสียมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมเชื่อว่าคุณเสียต่ำกว่านั้นเยอะ การเสียมากที่สุด แปลว่า คุณ book revenue ทั้งหมดเป็น profit แล้ว เสียภาษี จาก income ซึ่ง จริงๆแล้ว ฝ่ายบัญชีของคุณ ต้องทำการ หักค่าใช้จ่าย เงินเดือนพนักงาน ประกันสังคม กองทุนสำรอง โบนัส และือื่นๆ ออกแล้ว จริงๆแล้ว ทุกคนก็ manage ภาษี ด้วยกันทั้งนั้น ล้วนแต่เสียให้น้อยลง โดยอยู่ในกรอบกฏหมายอนุญาต

อีกอย่าง การบอกว่าคนอื่นไม่มีสมอง เห็นแก่ตัวนั้น ผมว่า แรงไปครับ ผมเชื่อว่าผมก็มีสมอง ไม่แพ้คุณแน่นอน ส่วนเห็นแก่ตัวไหม ... ผมเห็นแก่ตัว q ( - -)p แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่ไปทางนี้ คุณก็ไปว่าคนอื่นไม่มีสมอง ก็นี่แหละครับ ที่มีปัญหากัน ชอบยกตัวว่าฉลาด ใครไม่ทำตามข้า ไม่มีสมอง ก็ถ้าคุณรับไม่ได้ เชิญประเทศคอมมิวนิสครับ ทุกคนเท่าเทียม ห้ามเห็นแก่ตัว ฉลาดๆอาจจะได้บริหาร เชิญครับ ส่วผมพอใจเท่านี้ครับ อยู่ได้ ไม่เดือดร้อน ประเทศประชาธิปไตยครับ คนปลูกข้าวมีสิทธิเรียกร้องเพื่อตัวเอง เท่าๆกับ คนจบนอก

#15 By angelsong on 2007-12-27 02:25

ปล. ความเห็นคนอื่นไม่เหมือนตัวเอง ก็ไปว่าเขาโง่ ว่าเขาไม่มีสมอง อืมมม เหมือนเห็นพวกสาวกแป๊ะเหลืองทำกันเลยแฮะsad smile

#16 By angelsong on 2007-12-27 02:31

คิดเหมือนกันครับ ผมลงทุนแล้วผมอยากเห็นอะไรมากขึ้นเหมือนกัน
ที่รู้ๆคือ ปชป กับพรรคอื่นๆเป็นรัฐบาลมาชาติกว่ามาแล้ว ไม่ได้อะไรเลย โกงกันลูกเดียว

แต่ทักกี้ไม่ใช่ครับ สนามบินเสร็จห่วยอย่างน้อยก็เสร็จ ไม่โดนเอาเป็นฐานกินกันต่อ อย่างน้อยมันห่วยยังไงตอนนี้ก็ยังใช้งาน และหารายได้ได้ แล้วค่อยเอาเงินตรงนั้นมาทำให้ัมันดีขึ้นก็ได้
สิ่งที่ผมเห็นคือ O top ที่เจ๋งมาก

และ30บาทที่ถึงแม้มันจะห่วยก็ตามแต่เป็นเพราะประเทศชาติยังอัดฉีดเงินและคนนำไปใช้ที่ไม่เชียวชาญพอ
ยังต้องทำการปรับอีกมาก

สำหรับปชป ผมเห็นอะไรรู้หรือเปล่าครับ ผมเห็นการโกง สปก. และไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ส่วนรัฐบาลอื่นๆ ผมเห็นการโกงโฮปเวล

และอย่าบอกว่าเศรษฐกิจล้มปี40 เป็นความรับผิดชอบของคุณลุงแว่น อย่างเดียว รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็มีส่วนด้วยที่ทำให้เงินหมดคงคลัง

ถ้าผมจะเลือกนะครับ ผมคิดเหมือนเจ้าของบล็อก คือ จะใช้คนเก่งต้องซื้อเขามาทำงาน ไม่ได้ให้เขามาทำฟรี อยากจะบอกว่าอยากได้คุณธรรม หาที่ไหนก็ไม่มีครับ รัฐบาลคุณธรรมตอนนี้โกงไม่โกงคุณดูเอาก็รู้ครับ

ส่วนกระทิที่ออกมาเย้วๆ ก็เพราะธุรกิจเจ๊ง ขอเงินเขาแล้วไม่ให้ ตอนนี้หุ้นตัวเองก็ชิว ธุรกิจตัวเองก็อยู่ได้ด้วยสาวก ตอนผมเห็นมันถูกตัดสินว่าผิดจริงเรื่องพูดไม่มีมูล สุดจะสะใจเลย ถ้าคนที่มีพื้นฐานสิ่งที่เขาพูดสักนิดหนึ่งจะรู้ว่า ไอ้หมอนี่พูดแนวปลุกระดม ขายความคิดแนวสมคบคิด ความจริงมีอยู่ 1 ประโยค พี่แกโยงออกมาเป็นเรื่องราวบ้าบอและเข้าข้างตัวเอง
ได้เป็นเรื่องเป็นราว น่าจับไปเขียน x-file หรือ MMR เป็นอย่างยิ่ง

#17 By Elta_kung on 2007-12-28 23:55

ต่อให้เป็นการลงทุน มันก็ไม่ถูกอยู่ดี เพราะเป็นการบังคับทุกคนให้ลงทุน

ลองหารด้วยจำนวนคนทีเ่ห็นด้วยกับแนวคิดนี้เท่านั้นสิ

อาจจะออกมาคนละเกือบล้านก้ได้

#18 By Rico on 2008-01-07 15:31

จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ถ้าหารจริงๆ คงออกมา สามเท่า คือประมาณ คนละ สองหมื่น ไม่ถึงล้านหรอก sad smile

#19 By angelsong on 2008-01-07 16:35